ต้องทำอย่างไรเมื่อลูกตั้งคำถามเรื่องเพศ

ต้องทำอย่างไรเมื่อลูกตั้งคำถามเรื่องเพศ

“น้ำเหนียวในกางเกงคืออะไรครับ คือฉี่ผมหรือเปล่า”

“แม่คะหนูเลือดออกเลอะหมดเลย จะเป็นอะไรรึเปล่า”

          เราต่างเคยตั้งคำถามนี้กับพ่อแม่มาก่อน จนวันที่เรากลายเป็นพ่อแม่คนขึ้นมาจริง ๆ เชื่อว่าพ่อแม่หลายคนลืมบรรยากาศวันนั้นไปแล้วพ่อแม่ตอบกับเราอย่างไร มาวันนี้เมื่อลูกเป็นฝ่ายตั้งคำถามเราบ้าง เราเองควรจะตอบคำถามอย่างไรให้ดูไม่ปิดกั้นและอยู่ในขอบเขต

          หลายคนคิดว่า การพูดคุยเรื่องเพศกับลูกเป็นการกระตุ้นให้เขาสนใจเรื่องนี้เร็วเกินไป แต่การให้ลูกเรียนรู้เองอาจจะมาพร้อมคำว่า “สายเกินไป” เช่นกัน เพราะประสบการณ์ที่ผ่านมา หลายครั้งความไม่รู้ ทำให้เด็กหลายคนตกเป็นเหยื่อการล่วงละเมิดทางเพศโดยไม่ทันได้ปกป้องตัวเอง เช่น การโดนชักชวนไปบ้านของเพศตรงข้าม การโดนชวนไปในที่ลับตา ฯลฯ ขณะบางโอกาสอาจเกิดจากสถานการณ์พาไป เช่น การดื่มสุรา อยู่ในที่ลับตาคนแล้วอารมณ์พาไป โดยที่ลูกยังไม่พร้อมต่อการมีเพศสัมพันธ์

          และหากเหตุการณ์ไม่คาดคิด อาจสร้างบาดแผลในใจลูก อาจกลายเป็นปมในใจไปตลอดชีวิตเหลือเพียงความรู้สึกโทษตัวเอง คิดว่าตัวเองโง่ และไม่มีคุณค่า จนอาจเกิดเหตุร้ายตามมาได้เพื่อป้องกันเบื้องต้น

พ่อแม่จึงควรหาวิธีพูดคุยและสอนเรื่องเพศกับลูกอย่างเหมาะสมตาม 3 หลักปฏิบัติง่าย ๆ ดังนี้

 1.สอนเมื่อถึงเวลา

          วัยเด็กเล็กเริ่มต้นด้วยการสอนรู้จักอวัยวะที่ไม่ควรให้คนอื่นสัมผัส นอกจากพ่อแม่สัมผัสก่อนเพื่อป้องกันเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศ ต่อมาเมื่อเด็กมีพัฒนาการทางเพศมากขึ้นในช่วงวัยรุ่นตอนต้น เช่น ประจำเดือน ฝันเปียก ฯลฯ เราจึงค่อยบอกเขาว่าสิ่งเหล่านี้คือสัญญาณร่างกายบอกความเป็นหนุ่มสาว บอกความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นกับเขาและสิ่งที่เค้าต้องระมัดระวัง การสร้างพื้นที่พูดคุยกับลูกเพื่อป้องกันการสับสน สร้างความเชื่อใจและลดระยะห่างการคุยเรื่องเพศกับลูก

2.สอนเมื่อเด็กถาม

          ทุกโรงเรียนมีวิชาเพศศึกษาสอน ลูกอาจจะเกิดความไม่เข้าใจ อยากรู้และถามเราบ้าง พ่อแม่ควรใช้โอกาสนี้คุยกับลูกเรื่องที่โรงเรียน ถามความคิดและความรู้สึก รวมทั้งอธิบายข้อเท็จจริงไปตามอายุที่เขาพอจะเข้าใจได้ ไม่ควรโกหก ไม่ควรดุ

3.สอนเมื่อมีโอกาส

          สื่อในปัจจุบันมีการแสดงฉากรัก หรือกระตุ้นความสนใจทางเพศมากมาย เราสามารถใช้สื่อที่ดูร่วมกัน เป็นโอกาสในคุยกับลูกให้เข้าใจ โดยเด็กมักจะไม่รู้ว่า การสัมผัส การกอด จูบ นำไปสู่อะไรได้ เช่น การตั้งท้อง ติดโรคทางเพศสัมพันธ์ ฯลฯ จึงควรใช้เป็นโอกาสให้ลูกเรียนรู้วิธีป้องกัน เช่น ถ้าลูกมีแฟนไม่ควรอยู่ตามลำพัง ไม่ควรเที่ยวในที่ลับตา เน้นให้ลูกฝึกวิเคราะห์สถานการณ์ เรียนรู้วิธีการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างมีสติ

           นอกจากวิธีทั้ง 3 ที่สอนลูกเรื่องเพศแล้ว สิ่งสำคัญในการสื่อสารกับลูก คือเรื่องการวางตัวกับเพศตรงข้าม หากเป็นลูกสาวก็สอนให้เขารับรู้ว่าไม่ควรอยู่กับเพศตรงข้ามเพียงลำพังในที่ลับตา ให้เห็นคุณค่าการดูแลตัวเองจนถึงวัยที่เหมาะสม ส่วนลูกชายก็ควรให้เกียรติเพศหญิงยับยั้งชั่งใจอารมณ์เพศหากยังไม่วัยที่เหมาะสม