พ่อแม่ควรรู้ ลูกรับรู้เรื่องเพศตอนไหน

พ่อแม่ควรรู้ ลูกรับรู้เรื่องเพศตอนไหน

มีคนเคยกล่าวว่าเมื่อโตขึ้นเด็กจะเลือกเพศให้ตัวเอง เพศที่มาจากอัตลักษณ์ทางเพศและเพศวิถีซึ่งอาจจะเหมือนหรือต่างจากเพศสภาพที่ติดตัวเขามาก็ได้ แต่เขารู้ได้อย่างไรว่าพวกเขาคือเพศอะไร และจะเริ่มเลือกเพศสำหรับใช้ชีวิตตอนไหน เพื่อคลายความสงสัยและรับมือกับความเปลี่ยนแปลงท

างเพศที่เกิดขึ้น คุณพ่อคุณแม่ลองมาดูรูปแบบการรับรู้เรื่องเพศของลูกน้อยไปพร้อมกัน

พัฒนาการการรับรู้เรื่องเพศในเด็ก

          “ผมหรือหนูคือมนุษย์” ตามพัฒนาการของเด็ก หลังจากคลอดแล้วพวกเขาจะยังไม่รู้ตัวเองคือเพศอะไร ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเป็นบุคคล เพราะยังคิดว่าตัวเองกับแม่หรือคนเลี้ยงหลักคือคนคนเดียวกัน (คล้ายตอนยังอยู่ในครรภ์) แต่จะเริ่มชัดเจนว่าตัวเองมีตัวตนและรับรู้การมีอยู่ของคนอื่นเมื่ออายุเกิน 5เดือนไปแล้ว

          “ผมคือผู้ชาย เธอคือผู้หญิง” กระทั่งเข้าสู่อายุ 3 ปี เด็กจะเริ่มรับรู้เพศตนเอง สนใจอวัยวะเพศของตัวเองและแยกความแตกต่างระหว่างเพศได้จากลักษณะภายนอกได้ จากทรงผม ร่างกาย การแต่งกาย และจะรู้ว่าตัวเองคือเพศอะไร รวมทั้งสามารถตอบคำถามได้ ซึ่งช่วงนี้ถือเป็นช่วงวัยสำคัญสำหรับพัฒนา​อัตลักษณ์ทางเพศ (gender identity)ดังนั้นในช่วงอายุ 3-6 ปีพ่อแม่ที่เป็นเพศเดียวกับลูกควรจะเป็นต้นแบบที่ดีเรื่องเพศให้กับลูก ซึ่งเด็กจะเรียนรู้ผ่านการเลียนแบบและซึมซับพฤติกรรมทางเพศตามผู้ใหญ่ที่ใกล้ชิด

          แต่ถ้าความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่ที่เป็นเพศเดียวกับลูกมีปัญหาก็อาจส่งผลกับพฤติกรรมการเบี่ยงเบนทางเพศได้ รวมทั้งกรณีที่เด็กมีความผิดปกติของเพศจากฮอร์โมนหรือร่างกายไม่ตรงกับเพศกำเนิดก็จะแสดงออกในช่วงวัยนี้

          “เราต่างมีความหลากหลายทางเพศ” เมื่อย่างเข้าวัยเรียนเด็กจะมีสังคมร่วมกับกลุ่มเพศเดียวกับ บุคลิกคล้ายกัน จากนั้นพอเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น อิทธิพลของฮอร์โมนเพศที่เปลี่ยนแปลงสภาพร่างกายจะเริ่มทำให้เกิดความรู้สึกทางเพศ เริ่มอยากมีแฟนและเป็นช่วงที่ความรู้สึกทางเพศกับเพศใด (sexual orientation) และมีอารมณ์ทางเพศกับเพศใดจะชัดเจนขึ้นซึ่งความพึงพอใจนี้อาจจะไม่ได้ตรงกับเพศกำเนิด เช่น เพศกำเนิดเป็นผู้ชายแต่อาจมีอัตลักษณ์ทางเพศเป็นหญิงและพึงพอใจทางเพศกับเพศชาย เป็นต้น

          พ่อแม่ทุกคนควรให้ความสำคัญกับพัฒนาการทางเพศของลูกน้อยในทุกช่วงการเรียนรู้เพื่อให้เขาพัฒนาอัตลักษณ์ทางเพศได้อย่างเหมาะสม แต่ไม่ว่าลูกจะมีอัตลักษณ์ที่เหมือนหรือแตกต่างจากเพศกำเนิด ทั้งหมดล้วนเป็นความหลากหลายทางเพศที่ถือเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่ความผิดปกติทางจิตเวช และไม่ว่าพวกเขาจะเลือกเพศแบบไหนจำไว้เสมอว่า “เพศไม่ได้กำหนดความเป็นมนุษย์ของเขา และเขายังคงเป็นลูกที่เรารักเช่นเดิม”