ฝึก“สร้างสุข” ทำเรื่องสนุกให้ชีวิต

ฝึก“สร้างสุข” ทำเรื่องสนุกให้ชีวิต

วัยรุ่นจำนวนไม่น้อยที่กำลังรู้สึกหดหู่ลงทุกวันเพราะพยายามใช้ชีวิตเพื่ออนาคต ตั้งเป้าหมายไว้สูงใหญ่และมุ่งมั่นจะไปให้ถึงจนลืมให้ความสำคัญกับปัจจุบัน

อย่ามัวรอคอยความสุขยิ่งใหญ่จนไม่เคยรู้สึกพอใจกับสิ่งที่มี ภาวะสั่งสมทัศนคติด้านลบจึงนำไปสู่ความความรู้สึกซึมเศร้า หงุดหงิด เบื่อหน่ายและสิ้นหวัง ต่อให้มีทุกอย่างพรั่งพร้อมจากสภาพแวดล้อมหรือฐานะทางครอบครัว ก็ยังเกิดความไม่พอใจ รู้สึกล้มเหลวและละทิ้งคุณค่าการใช้ชีวิต เช่น มีความสัมพันธ์กับคนอื่นไปเรื่อย ๆ

          สังเกตได้ว่านิยาม “ความสุข” ของวัยรุ่นยุคนี้มักตั้งไว้ยิ่งใหญ่หรือมักนำไปผูกติดกับบรรทัดฐานบางอย่าง เช่น ต้องได้เป็นแฟนกับคนนี้ ต้องมีของชิ้นนั้น หรือต้องเรียนได้เกรด 4เป็นต้น สุดท้ายข้อแม้เหล่านี้จึงทำให้ความสุขปัจจุบันหายไปและไม่พบความสุขที่แท้จริง ดังนั้น การฝึกทักษะให้มีความสุขกับเรื่องเล็กน้อยรอบตัวจึงเป็นสิ่งจำเป็นและเป็นเกราะป้องกันโรคซึมเศร้าและโรคทางจิตเวชมากมาย

หากใครที่รู้สึกว่าอยากจะฝึกทักษะแห่งความสุขนี้ ลองมาทำแบบฝึกหัดความสุขดูสิ

ใครที่นึกได้ครบ 3 ข้ออย่างรวดเร็ว ขอแสดงความยินดีด้วย แสดงว่าคุณมีทักษะแห่งความสุขอย่างชัดเจน คุณสามารถมองเห็นสิ่งดีๆ รอบตัวได้ดี และมีความสุขได้ง่ายๆ ได้ทุกเวลา

          ใครที่นึกไม่ค่อยออก หรือยังทำได้ไม่ครบ 3 ข้อ อย่าเพิ่งเสียใจ คุณอาจยังไม่ค่อยสังเกตสิ่งดีๆ รอบตัว จึงยังไม่เห็นและนึกไม่ออกก็เป็นได้

          เนื่องจากเป็นทักษะ เราจึงสามารถฝึกฝนสิ่งนี้ได้สม่ำเสมอโดยทำแบบฝึกหัดความสุข เป็นบันทึกความสุข ทุกวัน วันละ 3 ข้อ ต่อเนื่องกัน 2-4 สัปดาห์ ขอแนะนำให้ทำตอนก่อนนอน เพื่อเป็นการทบทวนชีวิตในวันนั้นๆ

          หัวใจสำคัญของการฝึกอยู่ที่“ความรู้สึกขอบคุณ”ซึ่งเป็นความรู้สึกทางบวกที่มีพลังมากในการเพิ่มความสุขของเราเพราะเมื่อเรารู้สึกขอบคุณใครแปลว่าเราต้องมองเห็นข้อดีในคนๆ นั้น การขอบคุณจึงไม่เป็นเพียงเป็นแค่การแสดงความรู้สึกต่อสิ่งที่คนอื่นทำให้เรา แต่สร้างมุมมองการมองโลกในแง่ดี และมีหวังทำให้รู้สึกว่ารอบข้างไม่แย่จนเกินไป

          พลังที่ก่อตัวจากความสุขเล็กน้อย ไม่เพียงทำให้เราอิ่มใจ แต่จะกระตุ้นให้เราอยากส่งต่อความสุขให้คนอื่นเหมือนแรงกระเพื่อมของน้ำที่เริ่มต้นจากสิ่งเล็กน้อยแต่สามารถขยายและสร้างพลังยิ่งใหญ่ได้ในอนาคต